★แผนพัฒนาตนเอง★
posted on 14 Aug 2011 20:59 by timeout-aloneชีวิตเด็กม.ปลาย...จะให้เล่นไปวันๆ เม้าธ์ไปวันๆได้ไงจริงมะ! โตๆแล้ว มีเป้าหมายแล้ว เหลืออย่างเดียวคือ "พุ่งชน"
แผนนี้จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคม 2554 เป็นต้นไป (หลังจากหลงระเริง บ้าบอ ไร้สาระ ไม่มีประโยชน์ไปเกือบหมดเทอมของม.4) ก้าวไวมีชัยไปกว่าครึ่ง
เป้าหมายที่ต้องพุ่งชน "คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย"
โอ้มายก็อดดดดดดดดดดดด เป้าหมายใหญ่ ไกลมาก!!!!! แต่! ยังไม่ได้ลอง ยังไม่ได้พยายาม จะให้ตีความว่า "เด็กโง่ๆแบบเรามันจะทำได้เรอะ" ก็ไม่ถูก จริงมะ -..-
จันทร์-พฤหัส
05.30-06.30 ตื่นนอน อาบน้ำ แต่งตัว
06.30-06.50 กินข้าว อ่านหนังสือทบทวนเล็กๆน้อยๆ (บรรทัดนึงก็เอา -*-)
08.00-17.00 เรียนเรียนเรียนเรียนเรียน (นี่เป็นข้อเสียเปรียบของนักเรียนมัธยมไทย ถูกจับเรียนที่โรงเรียนภาคปกติถึงเย็นย่ำค่ำมืด บวกกับการบ้านสุดหฤหรรษ์ โอเค กูตก กูผิด กูไม่ทบทวน แต่ลืมคิดถึงจุดที่ว่า "ไอ้ห่า การบ้านเยอะ เลิกเย็น เด็กกูตกเพราะไม่มีเวลาอ่านรึป่าว?" แหมคนเรา เลิกเรียนห้าโมงเย็น กว่าจะถึงบ้าน กินข้าว มีช่วงเวลาสบายๆ เวลาอ่านหนังสือหดน้อยลง บางทีก็คิด พวกเมกาแม่งเลิกบ่ายสองกูก็ไม่เห็นเด็กประเทศเค้าจะโง่ลง มีแต่เจริญขึ้น เจริญขึ้น)
17.00-18.00 เดินทางกลับบ้านอย่างสวัสดิภาพพร้อมหอบหนังสือหลังอาน (หนังสือเรียนอย่างกับสมุดโทรศัพท์เล่มเหลือง จำจำจำจำจำ ท่องท่องท่องท่องท่อง ยากยากยากยากยาก)
18.00-20.00 ออกกำลังกาย (ลดความอ้วนเฟ้ย) อาบน้ำ
20.00-20.30 กินอาหารที่จัดไว้สำหรับมนุษย์ลดความอ้วน (น้ำเต้าหู้บ้าง แอ๊ปเปิ้ลบ้าง นมบ้าง เนสวีต้าบ้าง นมบ้าง อะไรที่แม่งเป็นอยู่ในแผนลดความอ้วนกูอ่ะ -*-)
20.30-23.30 ทำการบ้าน (ถ้ามี) อ่านหนังสือ
ศุกร์กับอาทิตย์
เป็นวันแห่งความสุข กูอยากจะทำ อยากจะเล่น อยากจะห่าเหวอะไรก็เรื่องของกู ขอเป็นวันสบายๆ งดความรู้ใส่หัว งดงดงดงดงด งดอะไรที่ทำให้ความเครียดกูเพิ่มขึ้นอ่ะ -*-
เสาร์
ไอ้หยา นี่มันอะไรกันนี่ เรียนพิเศษตั้งแต่เช้ายันเย็น กลับมาทำแผนเดิมๆ ออกกำลังกาย แล้วมาอ่านหนังสือต่อ ที่ให้อ่านวันนี้ด้วยเพราะ
1.เพิ่งเรียนพิเศษมา ได้ฝึกมือ ฝึกสมองหลังจากได้รับความรู้ใหม่ๆ
2.มันอยู่ตรงกลางระหว่างศุกร์กับอาทิตย์ พักวัน เรียนวัน พักวัน ต่อมาก็เรียนเรียนเรียน มันก็โอเคนะ
3.เพราะเนื้อหาที่เรียนพิเศษตื่นตาตื่นใจกว่าเรียนในห้อง หนังสือกระทรวงไอ้มดแดงวิชาชีวะ อะไรของเธออออออว์ สู้อ่านของเจ๊บีมเล่มหนา มีแต่ตัวอักษรที่จดด้วยมือกับสีสันสดใส แหมอะไรจะเริ่ดเลอเพอร์เฟคขนาดนั้น มันคงจะดีถ้าเนื้อหาที่เรียนที่ร.ร.มันสามารถนำไปสอบเข้ามหาลัยได้ แต่อนิจจา! ข้อสอบเข้ามหาลัยนั้นมีเนื้อหาเพียงแค่เศษเสี้ยวของอีหนังสือกระทรวงมหาภัย นอกนั้นเนื้อหาอื่นได้จากอาจารย์กวดวิชาล้วนๆ
อย่าหาว่างั้นงี้เลย ไม่ได้จะอะไรมากมายหรอกนะ แต่ในฐานะเด็กมัธยมปลายที่ตามข่าวการศึกษาไทยมาตลอดตั้งแต่มอต้นก็ประจักษ์ทุกสิ่งทุกอย่างให้เห็นแล้วว่ารุ่นพี่กูเจออะไรมาบ้าง จะให้มาบอกว่าอ่านเอง ตั้งใจเรียนในห้อง ยังไง๊ยังไงมันก็ไม่พอ
บ่นเยอะว่ะ แต่นั่นแหละ บล็อคกูไง 5555555555555555555555555555 ที่อัพนี่ไม่ใช่ไร เอาไว้อ่านเตือนใจตัวเอง
"มัวแต่เรียนอยู่แค่ในห้อง อ่านหนังสือกระทรวงไปวันๆ สิ่งที่ได้ก็จะได้แค่ในสิ่งที่เราเรียนและอ่านมาเพียงแค่นั้น พลังสมองจะถูกหยุดไว้แค่นั้น"
ตอนนี้ก็ปฏิญาณตนเองแล้วว่าหลังจากนี้ไปจะฝึกฝน พัฒนา ตั้งใจเรียนทั้งในห้องและเรียนพิเศษให้ดีที่สุด จะพยายามให้มากที่สุด เวลาที่ผ่านไปในแต่ละวันค่อยๆลดลงอย่างไม่น่าเชื่อ การต่อสู้ในสนามสอบนั้นเป็นสิ่งสำคัญ ทุกคนที่มาสอบล้วนเตรียมตัวกันมาไม่ต่ำกว่า 3 ปี บางคนเป็นเด็กเกรด 4 บางคนเด็กทุน นั่นนี่นู่น มันคือการแข่งขัน เมื่อถึงเวลานั้นทุกคนต่างก็คิดแค่ว่า เราต้องแข่งขันกับใจ กับความรู้ของตนเองเพื่อตนเอง
"ไม่มีอะไรได้มาง่ายๆ"
เพื่ออนาคตของตัวเอง จะทำให้ดีที่สุด
"ปัญญาย่อมเกิดจากการใช้งาน - เจ๊บีม"